ล่าสุดนั้นจากทาง Bloomberg มีรายงานออกมาว่าคอนโดมีเนียมและบ้านจำนวนมากในไทยเกิดขึ้น ขณะที่เศณษฐกิจในประเทศเองนั้นดพลังดถอย ธนาคารเริ่มเข็มงวดกับการปล่อยกู้ซื้อบ้านมากขึ้นจากเดิม

ปี 2561 ที่ผ่านมากมีอพาร์ทเมนท์สร้างขึ้นใหม่จำวนกว่า  65,000 ยูนิต ซึ่งมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 11% แบะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2552

กำลัง supply ที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับ demand ที่ความต้องการในตลาดลดน้อยลง และนอกจากนั้นแล้วราคาเฉลี่ยเมือเทียบข้อมูลรายปีพบว่ามีราคาเฉลี่ยที่ลดลงมากถึง 6% ต่อปี

แต่อย่างไรก็ตามนั้น เหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นอาจจะเป็นโอกาสของใครหลายๆคนที่กำลังมองหาการซื้อบ้าน ที่คาดว่าอาจจะเกิดการล้างสต๊อกส่วนเกินในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด

คุณ Aliwassa Pathnadabutr ตำแหน่ง managing director ของ CBRE Group Inc. ได้กล่าวว่า

กลุ่มตลาดคอนโดโดยรวมมีจะชะลอตัวลงในปีนี้ แต่ยังมีบางที่ๆ สามารถไปต่อได้ในสถานที่ ที่เหมาะสมกับราคา และเราเชื่อว่าตลาดกำลังปรับตัวเข้าหาจุดสมดุลมากขึ้น

กระทรวงการคลังปรับลดตัวเลข GDP คาดการณ์เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ประเทศนั้นประสบปัญหาในเรื่องของการส่งออกและปัญหาของการเมืองหลังจากการเลือกตั้ง และข่าวบางแห่งมีการอ้างว่าเศณษฐกิจจีนชลอตัวแต่ทำไมนักท่องเที่ยวจีนยังแห่เข้าไปในประเทศอื่นๆอย่างฮอลแลนด์และฟิลิปปินส์

กำลังซื้อของคนที่ลดลงสวนทางกับราคาของบ้านและคอนโดที่เพิ่มสูงขึ้นตามฐานเศณษฐกิจได้มีการทำข้อมูลไว้ว่าในปี 2550 ราคาบ้านเฉลี่ยจะเป็น 4.9 เท่าของรายได้เฉลี่ยของคนไทย นั่นหมายถึงเราจะต้องเก็บเงิน 4.9 ปีโดยไม่ต้องใช้ ถึงจะซื้อบ้านได้

แต่สัดส่วนปัจจุบันนั้นสัดส่วนที่ว่านี้พุ่งสูงขึ้นเป็น 8.3 เท่านั้นหมายความว่าเก็บเงิน 8.3 ปีแบบไม่ต้องใช้เลยจึงจะซื้อบ้านบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นไปไม่ได้เลย นั่นหมายความว่าเราจำนวนปีจะไม่ใช่ 8.3 ปีแน่นอน เพราะเราต้องมีการใช้จ่าย

ที่มา bloomberg

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here