Fintech คืออะไร เกี่ยวข้องกับอะไร และสำคัญอย่างไร ไขทุกข้อข้องใจเกี่ยวกับ Finance Technology

FinTech เป็นคำที่กำลังมาแรงมากในยุคนี้ เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มได้ยินคำนี้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งถ้าเป็นหน้าใหม่ในวงการ Startup อาจจะสงสัยว่า FinTech แปลว่าอะไร เกี่ยวข้องกับอะไร และสำคัญอย่างไร ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจกับ FinTech ไปพร้อม ๆ กัน

Fintech คืออะไร
Photo by rawpixel.com from Pexels

FinTech คืออะไร?

            FinTech เกิดจากการรวมกันของ 2 คำได้แก่ Financial (การเงิน) และ Technology (เทคโนโลยี) แปลตรงตัวก็หมายถึง เทคโนโลยีทางการเงิน  เป็นกลุ่มธุรกิจที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำให้การบริการที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยบริการเหล่านี้มักจะอยู่ในรูปแบบของบริการออนไลน์แทบทั้งสิ้น

รู้หรือไม่  : ฟินเทค จริงๆนั้นมีมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตู้ ATM (คิดค้นตั้งแต่ปี 1967) บัตรเครดิต (คิดค้นตั้งแต่ปี 1950)  หรือว่า Online Banking ที่แรกก็เริ่มตั้งแต่ปี 1980 ก็จะเห็นได้ว่าแต่ละตัวเกิดห่างกันเป็นสิบๆปี เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีทางการเงินเหล่านี้เดิมพัฒนาไปอย่างช้า ๆ กว่าเราจะได้เห็นเทคโนโลยีการเงินออกใหม่สักครั้ง

ตัวอย่างเทคโนโลยีทางการเงินที่เด่น ๆ ของฟินเทค

  • บริการด้านหุ้น/การลงทุน เช่น Application สำหรับ ซื้อขายหุ้น/กองทุน หรือการนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์แนวโน้มของหุ้นว่าควรซื้อขายเมื่อใด
    ได้แก่ StockRadars , Finnomena และ SiamSquared Technologies เป็นต้น
  • บริการด้านการจ่ายเงินและกระเป๋าเงินออนไลน์ ปัจจุบันให้บริการกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็น Line pay, True Wallet และ bluepay เป็นต้น
  • ระบบบริการด้านการจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประกัน และการลงทุน เช่น iTAX เป็นฟินเทคซึ่งเป็นของไทย
  • นอกจากนี้ก็ยังมีด้านอื่น ๆ อีกเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยสินเชื่อออนไลน์  การแลกเปลี่ยน BitCoin เรียกได้ว่าในยุคนี้มีผู้ที่ให้บริการทางการเงินเยอะไปมาก 

กระแสของฟินเทค

ยุคปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า Smartphone การบูมของ Social Media, Tech Startup ฯลฯ ทำให้เกิดเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ ไหนจะแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่พยายามผลักดันให้ไทยเราก้าวเข้าสู่ Digital Economy 

รวมไปถึงช่องว่างอีกมากมายที่จะทำให้ธุรกรรมทางการเงินของเรา รวดเร็วขึ้น  ความสะดวกขึ้น ใช้งานง่าย ประหยัดเวลาขึ้น

กระแสฟินเทคจึงเกิดขึ้น  เพราะการเข้ามาของ Startup สายเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมธุรกรรมทางการเงินได้รวดเร็วกว่าบริษัทการเงินอย่างธนาคาร ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคไปจากเดิมอย่างมาก 

ฟินเทค กับการ Core ธุรกิจอื่นๆ

Fintech คืออะไร
ภาพโดย rawpixel จาก Pixabay

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายตัวที่พลิกโฉมวงการเงินไทยไป โดยเฉพาะระบบชำระเงินพร้อมเพย์ ที่ปัจจุบันมีคนใช้บริการมากกว่า 39 ล้านบัญชี ซึ่งช่วยลดต้นทุนการชำระเงิน-โอนเงิน และต่อยอดไป E-commerce ด้านอื่น ๆ ได้อีกด้วย 

นั้นแปลว่ายังช่วยให้เกิดตลาดใหม่จากการเชื่อมต่อระหว่างการเงินกับเทคโนโลยี เป็นส่วนผสมของกระบวนการดั้งเดิม แต่นำเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนให้เกิดความสมบูรณ์แบบและสะดวกต่อผู้ใช้งานมากขึ้น

การปรับตัวสำหรับฟินเทค

เรามาดูการปรับตัวเมื่อฟินเทคเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของสถาบันการเงินหลักๆกันดีกว่าค่ะ ว่าเข้าปรับตัวกับการแข่งขันที่สูงขึ้น จะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำธุรกิจอย่างไรกันบ้าง

  • ธนาคารกสิกรไทย ที่ออกระบบ K PLUS Beacon ปรับปรุงอินเตอร์เฟสของแอปฯ ให้เหมาะกับผู้พิการทางสายตา
  • ธนาคารทหารไทย ที่ออก Wearable Payment การชำระเงินผ่านเทคโนโลยี ที่มีความปลอดภัย สะดวก รวดเร็วกว่าเงินสด
  • ธนาคารกรุงไทย ได้นำเทคโนโลยีมาใช้กับบัตรคนจน เพื่อช่วยในการติดตั้งเครื่อง EDC ให้กับร้านค้าในพื้นที่ห่างไกล
  • ธนาคารกรุงไทย ได้นำเทคโนโลยีมาใช้กับบัตรคนจน เพื่อช่วยในการติดตั้งเครื่อง EDC ให้กับร้านค้าในพื้นที่ห่างไกล
  • ธนาคารกรุงเทพ ที่โชว์ฟีเจอร์ Be Wallet ในโมบายแบงก์กิ้ง ให้ใช้จ่ายผ่านบัตรโดยไม่ต้องพกเงินสด
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่หันมาเน้นกับ “แม่มณี” นางกวักยุคดิจิทัล พัฒนาเป็นระบบการเข้าถึงสินเชื่อบุคคลผ่าน “Credit Scoring”

FinTech ส่งผลกระทบอะไร?

สำหรับใครที่แล้วยังสงสัยว่า ฟินเทค เกี่ยวข้องอย่างกับชีวิตของเรา ก็ต้องบอกว่าการเข้ามาของฟินเทคส่งผลกระทบต่อทุกคนโดยตรงแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้บริโภคหรือผู้ให้บริการ
เช่น ด้านการเงินก็ทำให้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของเราทุกคนเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เคยทำธุรกรรมทางการเงินแต่กับธนาคาร ก็กลายเป็นเลือกใช้บริการจากเหล่าบริษัทที่ให้บริการฟินเทครายย่อยมากขึ้น จากที่เคยต้องเดินทางไปธนาคารบ่อย ๆ ก็กลายเป็นจัดการทางการเงินผ่าน Application เรียกได้ว่าทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นเยอะ

สุดท้ายแล้วคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดก็เป็นผู้บริโภคอย่างพวกเราทุกคน เพราะการแข่งขันกันของฟินเทคเจ้าต่าง ๆ จะทำให้เรามีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้นในราคาที่ถูกลง


ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ ฟินเทค เท่านั้น ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน และเติบโตแบบ “ก้าวกระโดด” และต่อจากนี้โลกก็จะยิ่งเปลี่ยนไปเร็วขึ้นๆอีกแน่นอน ทุกคนก็ควรติดตามศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ “อย่าไปกลัวเทคโนโลยี แต่ให้โอบรับมัน” ก้าวไปกับมัน พยายามเข้าใจมัน และเทคโนโลยีจะกลายเป็นมิตรที่ดีกับเรานั่นเอง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here