ลงทุนอะไรดี ถ้าคุณมีเงินเหลือ 1,000 บาท สำหรับ มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้มีเวลาในการติดตามการลงทุนมาก เน้นแบบไม่หวือหวาและไม่เสี่ยงสูง  ที่นี่!! ในยุคที่ค่าของเงินเพิ่มอัตราก้าวกระโดดจนราคาถีบตัวสูง  เงินหน่วยในสมัยนี้มีค่าน้อยกว่าสมัยก่อนมากๆ แถมปัญหาทางเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง อยากได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ต้องมีเงินหลักหมื่นขึ้นไป นั้นทำให้หลายคนตระหนักได้ถึงค่าของเงิน

ลงทุนอะไรดี

แต่ก็ไม่ใช่ว่าการมีเงินน้อยแล้วเราจะทำอะไรให้มันงอกเงยขึ้นมาไม่ได้ เพราะถึงแต่ละเดือนคุณจะเหลือเงินเก็บไม่มากก็สามารถลงทุนอะไรได้ตั้งเยอะ และโจทย์วันนี้ก็คือมนุษย์เงินเดือนที่เหลือเงินเดือนละ 1,000 บาท จะลงทุนในอะไรให้งอกเงย  ติดตามได้ในบทความนี้

ตัวเลือกในการลงทุนมีมากมาย แต่ที่คัดมาเน้นๆให้เหมาะกับโจทย์นี้ สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้มีเวลาในการติดตามการลงทุนมาก เน้นแบบไม่หวือหวาและไม่เสี่ยงสูง ไว้ทั้งหมด 4 วิธี

ลงทุนอะไรดี

1.ฝากประจำ

ลงทุนอะไรดี
ภาพโดย Megan Rexazin จาก Pixabay

ถ้าการลงทุนมีความเสี่ยง แล้วคุณต้องการความมั่นใจในการเก็บเงินเพื่อการลงทุนกับชีวิตในวันข้างหน้า สามารถเลือกฝากประจำดอกเบี้ยสูงซึ่งมีอยู่ทุกธนาคารในไทย โดยทั่วไปจะกำหนดให้ฝากอย่างต่อเนื่อง 24-36 เดือน ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากแบบออมทรัพย์ให้ดอกเบี้ยประมาณ 0.15% แต่ฝากประจำดอกเบี้ยสูงจะให้ประมาณ3.50% และดอกเบี้ยที่ได้รับยังไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในกองทุนหรือหุ้น 

 ตัวเลือกนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มีความรู้เรื่องการลงทุนน้อย  เน้นความเสี่ยงต่ำ  ผลตอบแทนสูงกว่าฝากเงินตามปกติ

2. กองทุนรวม

ลงทุนอะไรดี
ภาพโดย mohamed Hassan จาก Pixabay

กองทุนรวมคือการที่บริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายจะนำเงินของนักลงทุนรายย่อยไปลงทุนต่อตามความต้องการของนักลงทุน เช่น ลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น อสังหาริมทรัพย์  โดยเราจะได้รับเงินปันผลตามข้อตกลงเช่น ปีละ 1-2 ครั้ง สามารถเลือกลงทุนได้ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ซึ่งระหว่างทางการลงทุนจะมีเงื่อนไขห้ามขาย 5- 55 ปีแล้วแต่กองทุน ระหว่างแต่ละเดือนคุณยังสามารถลงทุนเพิ่มมูลค่าได้เรื่อยๆ  โดยบริษัทจะได้รับค่าธรรมเนียมเป็นผลตอบแทนในการบริหาร

วิธีนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มีความรู้ขึ้นมาอีกระดับ แต่ไม่มีเวลาติดตามเอง ศึกษาเอง สิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือเลือกกองทุนรวมให้เหมาะสม และทยอยลงทุนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ส่วนผลการดำเนินการของกองทุนก็สามารถทยอยติดตามได้เป็นระยะ

ตัวเลือกนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มีความรู้เรื่องการลงทุนน้อยถึงปานกลาง เน้นความเสี่ยงปานกลาง ผลตอบแทนปานกลาง แต่สูงกว่าฝากธนาคาร

หากใครสนใจก็สามารถติดต่อได้ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่สนใจได้เลย ซึ่งจะมีรายชื่อบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายให้เลือกได้ที่ market.sec.or.th

3.สลากออมสิน

ลงทุนอะไรดี
ภาพประกอบจาก คุณ neopaint2005 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สลากออมสิน คืออะไร
สลากออมสิน เป็นรูปแบบหนึ่งของการออมเงิน  โดยผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน ครบกำหนดได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยแบบคุ้มแล้ว คุ้มอีกซึ่งเป็นลักษณะพิเศษและเอกลักษณ์เฉพาะของสลากออมสิน

สำหรับสลากออมสินนั้น เราสามารถทยอยซื้อเพื่อลงทุนได้เช่นเดียวกัน โดยบางคนอาจจะซื้อเดือนละ 1,000 บาท ติดต่อกัน ผลตอบแทนที่เราจะได้จากการลงทุนในสลากออมสินจะอยู่ที่ 1% – 1.8% ต่อปีโดยประมาณ ซึ่งถือว่าได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่าการฝากธนาคารเพื่อรอดอกเบี้ย และเรายังได้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลในทุกๆงวดอีกด้วย โดยที่เราไม่สูญเสียเงินต้น  เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่ดีมากในรูปแบบหนึ่งเลยทีเดียว 

ตัวเลือกนี้เหมาะกับนักลงทุนที่ชื่นชอบในการลงทุนระยะยาว เน้นความเสี่ยงต่ำ  ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคาร

4. ออมหุ้น DCA

ลงทุนอะไรดี
ภาพโดย 200 Degrees จาก Pixabay

DCA หรือ Dollar Cost Average คือการทยอยซื้อหุ้นในช่วงระยะเวลาที่กำหนด โดยทั่วไปจะทยอยซื้อประมาณเดือนละครั้ง ข้อดีของการลงทุนแบบ DCA คือราคาหุ้นที่ได้ซื้อจะเป็นราคากลางของค่าเฉลี่ย คือไม่ถูกที่สุดแต่ก็ไม่แพงที่สุด นักลงทุนที่ลงทุนด้วยวิธีนี้จึงจำเป็นต้องเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวที่ดี เพื่อหวังว่าราคาที่เติบโตในอนาคตจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้ในระยะยาวที่สุด หัวใจของการลงทุนแบบ DCA จึงเน้นหนักไปที่การลงทุนในหุ้นที่มีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน มีความมั่นคงในกิจการสูง และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

ตัวเลือกนี้เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เรื่องการลงทุนปานกลางถึงมาก รับความเสี่ยงได้มากกว่ากองทุนรวม ผลตอบแทนในระยะยาวดี แต่ต้องใช้การติดตามข้อมูลกิจการด้วยตนเอง

ข้อเเนะนำ

การเลือกหุ้น : เราควรเลือกหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยดูรายละเอียดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยอาจจะเลือกหุ้นอุตสาหกรรมสักสองสามตัวที่เราสามารถคาดการณ์ผลประกอบการจากพฤติกรรมผู้บริโภคได้ โดยทำการลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เท่า ๆ กันทุก ๆ เดือน โดยหากเราต้องการเพิ่มจำนวนการลงทุนในเวลาต่อมาก็สามารถทำได้

สรุป

  1. ไม่มีวิธีการลงทุนที่ดีที่สุด ในทุกๆการลงทุนนั้น เราไม่สามารถหาวิธีการลงทุนที่ดีที่สุดได้ เพราะการลงทุนในแบบไหนก็ตาม เราต้องพิจารณาตามความเสี่ยงที่เรายอมรับได้เป็นลำดับแรก และคำนวณให้เหมาะสมกับ ผลตอบแทนขั้นต่ำที่เราต้องการ ไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุดที่เราสามารถทำได้
  2. ระยะเวลาในการลงทุน  ความผันผวนในระยะสั้นนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญคือการอดทนรอช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลงทุน นั้นกำลังจะบอกว่ายิ่งลงทุนระยะยาวได้นานแค่ไหน ความผันผวนก็จะลดลงไปอย่างแน่นอน

สำหรับใครที่อยากลงทุนเเบบพาร์ทไทม์ งานออนไลน์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่


หลังจากที่ทุกคนอ่านบทความนี้จบ คงรู้แล้วว่าเงินแค่ 1,000 บาท ก็สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเราได้ ยิ่งทำประจำต่อเนื่องหลายๆ เดือน สุดท้ายเห็นกำไรในอนาคต คุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอน แถมยังปลอดภัยอีกด้วย ถือเป็นการออม อย่าลืมว่า ออมก่อน รวยก่อนนะคะ ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการลงทุน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here